วิสัยทัศน์และพันธกิจ
จรรยาบรรณสำหรับกรรมการ
คณะกรรมการ
คณะกรรมการบริหาร
โครงสร้างองค์กร
ประวัติบริษัท
นโยบายคุณภาพ และสิ่งแวดล้อม
สภาพแวดล้อม, สุขลักษณะ และนโยบาย
ความปลอดภัย
ลูกค้าของเรา

  2510 -ก่อตั้งบริษัท ฯ โดยกิจการร่วมค้าของนักลงทุนชาวไทยและชาวไต้หวัน (Walsin Lihwa Electric & Cable Corp.
  และ Pacific Electric Wire & Cable Co., Ltd.)ได้รับความร่วมมือด้านการส่งเสริมการขายโดยสำนักงานคณะกรรมการ
  ส่งเสริมการลงทุน(BOI) มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท

  2511 -สร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักร

  2512 -เริ่มต้นผลิตสายไฟฟ้าอลูมิเนียม และขายให้กับตลาดสายไฟภายในประเทศ

  2513 - ขยายการผลิต Copper Rolling , Copper Melting และสายไฟฟ้าทองแดง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่
 เพิ่มสูงขึ้น และได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 12 ล้านบาท

  2515 - ขยายการผลิตในส่วนของ Aluminum Melting Rod, Semi Product ของสายไฟฟ้าอลูมิเนียม

  2516 - ติดตั้งเครื่องจักร Continuous Casting and Rolling Model 6 "Properzi" และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 15 ล้านบาท

  2517 - เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 21 ล้านบาท

  2518 - สถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (สมอ) ได้มอบเครื่องหมายมาตรฐาน (TISI) ให้กับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทฯ

  2519 - จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน และเครื่องหมายการค้าของสินค้าบริษัทจรุงไทย

  2520 - เริ่มต้นโครงการผลิตสายโทรศัพท์ตามความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศ

  2521 - เพิ่มการลงทุนเป็นเงิน 12 ล้านบาท

  2522 - เริ่มต้นการส่งออกผลิตภัณฑ์ภายในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย
 และฟิลิปปินส์

  2523 - เพิ่มอลูมิเนียมและเพิ่มกำลังการผลิตสายไฟฟ้าอลูมิเนียมเป็น 1,000 เมตริกตันต่อเดือน

  2526 - ติดตั้งเครื่องจักร "Tandem Line" ซึ่งเป็นเครื่องที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิตสายโทรศัพท์

  2527 - เป็นผู้ผลิตสายไฟฟ้าอลูมิเนียมรายแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

  2528 - ได้รับเครื่องหมายมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในการผลิตสายโทรศัพท์ "Jelly Filled"

  2529 - ได้ลงทุนในบริษัท ไทยซี.อาร์.ที. จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลอดภาพทางโทรทัศน์แต่เพียงผู้เดียวภายใต้สิทธิการ
 ส่งเสริมการขายของ BOI ไทยซี.อาร์.ที. ได้รับเทคนิคความรู้จากบริษัท มิตซูบิชิ ของญี่ปุ่น และกลุ่มสยามซีเม็นต์
 เป็นผู้นำของ คณะกรรมการบริหาร จำนวนเงินลงทุน 3 ล้านบาทหรือ 0.5 % ของทุนรวม 600 ล้านบาท

  2530 - ได้เพิ่มระบบอิเล็คทรอนิคส์ในการผลิตสายไฟฟ้าทองแดง และได้รับมาตรฐานจาก "UL" C.S.A. รวมถึงเริ่ม
 การผลิตสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ XIPE (SIOPLAS) โดยส่งให้กับการไฟฟ้านครหลวง (MEA)

  - ได้ลงทุนใน บริษัท เอชอาร์ซิลไวน์อิเล็คทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้เริ่มการผลิตสาย Electronic Wires
 และสาย Wire Harness ถึง 80% ส่งออกภายใต้สิทธิการส่งเสริมการขายของ BOI โดยไต้หวันถือหุ้นใน
 บริษัท เอชอาร์ซิลไวน์ อิเล็คทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด 65 % ของทุนรวม 88 ล้านบาท เป็นผู้บริหารหลัก,
 บริษัทฯ ถือหุ้น 10% ของทุนรวมและได้เข้าร่วมคณะกรรมการบริหารด้วย

  2531 -เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท และลดค่า par จาก 100 บาทต่อหุ้นเป็น 10 บาทต่อหุ้น ในปีนี้ชำระเงิน
 ลงทุน 63 ล้านบาท

    - ลงทุนใน บริษัท ไทยเมทัลโพรเซสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิต Copper rod เป็นจำนวน 22.5 ล้านบาท
 หรือ 15% ของทุนรวม 150 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นหลักและผู้นำคณะกรรมการบริหารคือ Yazaki Group ของญี่ปุ่น

  2532- เรียกคืนทุนจำนวน 37 ล้านบาท รวมทุนที่ชำระแล้ว 100 ล้านบาท

  2533 - บริษัทฯ ซื้อที่ดิน 130 ไร่ (208,000 ตารางเมตร) ในปี 2532 และสร้างโรงงานผลิตสายโทรศัพท์ที่ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  จังหวัดฉะเชิงเทรา

  2534 - ติดตั้งเครื่องจักรใหม่ และขยายโรงงานเพิ่มสองแห่งเพื่อผลิตสายไฟฟ้าแรงดันสูง

  2535 - ติดตั้งเครื่องจักรใหม่และย้ายเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆจากโรงงานพระประแดงมายังโรงงานใหม่ ในปี 2535 นี้
 บริษัทฯ ได้เริ่มต้นสายการผลิต ณ โรงงานใหม่

  2536 - ได้เริ่มต้นผลิตสายไฟฟ้าแรงดันสูง

  2537 - บริษัทฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท จรุงไทยไวร์แอนด์เคเบิ้ล จำกัด (มหาชน) ตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์

    -ได้ก่อตั้ง บริษัท ซีทีดับบลิว (ฮ่องกง) จำกัด โดยดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนของจรุงไทยในตลาดต่างประเทศ

    - บริษัทฯ ได้ทำข้อตกลงเป็นเวลาสามปีกับบริษัท แปซิฟิคอีเล็คทริคไวร์แอนด์เคเบิ้ล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตสาย
 เคเบิ้ลรายใหญ่ในประเทศไต้หวัน และทำข้อตกลงเป็นเวลาหนึ่งปีกับบริษัท พีซีเอฟแอล (ไฟแนนซ์) จำกัด ซึ่งเป็นสถาบัน
 การเงินในประเทศฮ่องกง จากการสนับสนุนของทั้งสองบริษัทนี้ทำให้จรุงไทยสามารถปรับปรุงการดำเนินงาน
 และการจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านการจัดการด้วยระบบคอมพิวเตอร์

  2538 - ประสบความสำเร็จในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าสถานีย่อยตรงตามกำหนดสำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าคงที่ให้กับ
 โรงงานอุตสาหกรรม

    - สร้างโรงงานที่สามเพื่อผลิตสายไฟฟ้าอลูมิเนียม และติดตั้งเครื่องจักรเพื่อใช้ในการผลิตสายไฟฟ้าแรงดันสูง

    - ได้ก่อตั้งบริษัท ซีทีดับบลิวเอเพ็กซ์ จำกัด ซึ่งมีหน้าที่หลักในการจัดการเงินสดสำหรับจรุงไทย

  2539 - ประสบความสำเร็จในการติดตั้งเครื่องจักรและเริ่มต้นในการผลิตสายไฟฟ้อลูมิเนียมที่โรงงานสาม

    - ก่อตั้งบริษัท ซีทีดับบลิวเบต้า จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักด้านการลงทุนและจัดการในโครงการด้านโทรคมนาคม

    - บริษัทฯ ได้รับมาตรฐาน ISO 9002 จากบริษัท Bureau Veritas Quality International (BVQI)

  2540 - ได้ก่อตั้งบริษัท ซีทีดับบลิวคอม จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้า

    - ได้ก่อตั้งบริษัท สยามไฟเบอร์อ๊อพติคส์ จำกัด (SFO) ร่วมกับ บริษัท ฟูจิกุระลิมิเต็ด, บริษัท อิตาเลี่ยนไทย
 ดีเวล๊อปเม้นต์ (มหาชน) จำกัด และบริษัทโตเมนคอร์เปอร์เรชั่น จำกัด, SFO เป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิต
 สายไฟเบอร์อ๊อพติคส์ โดยสร้างโรงงานซึ่งเริ่มที่ CCS Factory

    - บริษัทฯ ได้รับมาตรฐาน ISO 9002 ใบรับรองคุณภาพการจัดการจากสถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ),
 กระทรวงอุตสาหกรรม ใบรับรองนี้จะนำไปสู่อนาคตของตลาดสำหรับธุรกิจใหม่และตลาดเดิมที่มีอยู่

  2541 - บริษัทฯ เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสายไฟฟ้าแรงดันสูง 69 KV และได้รับการลงทะเบียนรับรองที่
 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, กระทรวงอุตสาหกรรม

    - ได้ติดตั้งเครื่องจักร X-Ray 8000 เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของสายไฟฟ้าแรงดันสูง

    - บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 296,832,400 บาทเป็น 890,497,200 และบริษัท สยามไฟเบอร์อ๊อพติคส์
 จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 160 ล้านบาทเป็น 240 ล้านบาท บริษัทฯ ได้ถือหุ้นใน SFO จาก 55 % เป็น 59.99%

  2542 - บริษัท สยามไฟเบอร์อ๊อพติคส์ จำกัด (บริษัทย่อย) ได้รับมาตรฐาน ISO 9002จาก Bureau Veritas Quality
 International (BVQI)


    - บริษัทฯ ได้ลงทะเบียนที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, กระทรวงอุตสาหกรรม ในผลิตภัณฑ์
 ของบริษัทฯ, สายไฟฟ้าแรงดันสูง 115 KV. (Cross-Linked Polyethylene Insulated Polyethylene Jacketed Cable)

    - บริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงานคณะกรรมการตรวจสอบและการตรวจสอบภายใน